ให้ AI ทำโจทย์ให้ กับให้ AI สอน ต่างกันอย่างไร งานวิจัยพบว่า AI รุ่นเดียวกันทำให้คะแนนสอบลดลงก็ได้ หรือไม่ลดเลยก็ได้ ขึ้นกับว่าตั้งให้ AI ทำอะไร บทความนี้สรุปหลักฐาน พร้อม 5 วิธีใช้ AI ให้ได้เรียนรู้ และ prompt ที่ลองได้ทันที
ในเวทีรับฟังความคิดเห็นนักศึกษาเรื่องการใช้ AI เมื่อเดือนกันยายน 2569 มีคนถามคำถามที่ดีมากข้อหนึ่ง
"ให้ AI ทำโจทย์ให้ กับให้ AI สอน ต่างกันยังไง ในเมื่อสุดท้ายก็ต้องไปสอบที่ใช้ AI ไม่ได้อยู่ดี"
งานวิจัยช่วงสองปีที่ผ่านมามีคำตอบ
ทำแบบฝึกหัดได้ดีขึ้น แต่สอบได้แย่ลง
ทีมวิจัยของ Bastani (ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ปี 2568) ทดลองกับนักเรียนมัธยมปลายในตุรกีราว 1,000 คน ในวิชาคณิตศาสตร์ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
- กลุ่มที่ 1 ไม่ใช้ AI
- กลุ่มที่ 2 ใช้ GPT-4 ตามปกติ ถามอะไรก็ตอบ
- กลุ่มที่ 3 ใช้ GPT-4 ที่ตั้งค่าให้ใบ้ทีละขั้น แต่ไม่บอกคำตอบ
ตอนทำแบบฝึกหัด กลุ่มที่ 2 ทำคะแนนได้ดีกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้ AI ร้อยละ 48 ส่วนกลุ่มที่ 3 ดีกว่าถึงร้อยละ 127
แต่พอถึงวันสอบซึ่งไม่มี AI ให้ใช้ ผลกลับตาลปัตร กลุ่มที่ 2 ได้คะแนนน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่เคยใช้ AI เลยร้อยละ 17 ส่วนกลุ่มที่ 3 ได้คะแนนพอ ๆ กับกลุ่มที่ไม่ใช้ AI
ที่น่าคิดกว่านั้นคือ นักเรียนที่ใช้ AI รู้สึกว่าตัวเองเรียนรู้ได้มากกว่าความจริง
AI รุ่นเดียวกัน ต่างกันที่การตั้งค่า ตัวหนึ่งตอบให้เลย อีกตัวถูกตั้งให้ใบ้และไม่เฉลย พูดง่าย ๆ คือ ให้ AI คิดแทนเรา หรือให้ AI ช่วยให้เราคิดเอง
รู้สึกว่าเข้าใจ ไม่ได้แปลว่าเข้าใจ
เรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดตอนมี AI งานวิจัยคลาสสิกของ Roediger และ Karpicke (2549) ให้นักศึกษากลุ่มหนึ่งอ่านบทความซ้ำ 4 รอบ อีกกลุ่มอ่านรอบเดียว แล้วฝึกเขียนสิ่งที่จำได้อีก 3 รอบ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา กลุ่มที่ฝึกเขียนจำได้ร้อยละ 61 กลุ่มที่อ่านซ้ำจำได้แค่ร้อยละ 40 ทั้งที่กลุ่มอ่านซ้ำมั่นใจกว่า
การอ่านคำตอบสำเร็จรูปจาก AI ก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกับการอ่านซ้ำ คือรู้สึกว่าเข้าใจในตอนนั้น แต่เนื้อหาไม่ค่อยติดอยู่ในหัว
AI ช่วยได้จริง เมื่อมันทำให้เราต้องคิด
- ที่ Harvard มีการทดลอง AI ติวเตอร์วิชาฟิสิกส์ที่ออกแบบให้พาคิดทีละขั้นและไม่เฉลยทันที นักศึกษาที่เรียนกับ AI ตัวนี้เรียนรู้ได้มากกว่าการเรียนแบบลงมือทำในห้องเรียน และใช้เวลาน้อยกว่า (ค่ามัธยฐาน 49 นาที เทียบกับเวลาเรียนในห้อง 60 นาที)
- ที่ไนจีเรีย ธนาคารโลกให้นักเรียนใช้ AI ฝึกภาษาอังกฤษหลังเลิกเรียน 6 สัปดาห์ โดยมีครูคอยกำกับ คะแนนภาษาอังกฤษสูงขึ้น 0.23 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (0.31 เมื่อรวมความรู้ด้าน AI และทักษะดิจิทัล)
ทั้งสองที่ไม่ได้ใช้ AI ที่ฉลาดกว่า แต่ออกแบบวิธีใช้ ที่ Harvard ตั้งให้ AI ไม่เฉลย ส่วนที่ไนจีเรียมีครูคอยให้ prompt และกำกับ เราเองก็ตั้งแบบนี้ได้ แค่บอก AI ให้ชัดว่าเราต้องการอะไร
5 วิธีใช้ AI ให้ได้เรียนรู้
ใช้ได้กับ AI เกือบทุกตัว รวมถึง Microsoft Copilot (บัญชี @kmutt.ac.th) และ MindArena แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่วิชานั้นอนุญาต (อ่านต่อ: ใช้ AI เรียนได้แค่ไหน)
1. ลองทำเองก่อน แล้วค่อยถาม งานวิจัย 53 ชิ้นที่ Sinha และ Kapur (2564) รวบรวมไว้พบว่า การลองแก้โจทย์ก่อน แม้จะทำผิด ช่วยให้เข้าใจดีกว่าการฟังคำอธิบายก่อน
นี่คือคำตอบที่ฉันลองทำเอง [วางคำตอบ] อย่าแก้ให้ บอกแค่ว่าผิดตรงขั้นไหนและทำไม
2. ขอคำใบ้ ไม่ใช่คำเฉลย นี่คือความต่างสำคัญระหว่างกลุ่มที่คะแนนสอบลดลง กับกลุ่มที่คะแนนไม่ลด ในงานวิจัยที่ตุรกี
อย่าเฉลยคำตอบ ให้ถามคำถามนำทีละขั้น และให้คำใบ้ได้ทีละข้อเมื่อฉันขอ
3. ให้ AI ถามเรา แทนการให้ AI สรุปให้อ่าน การนึกคำตอบออกมาเอง คือสิ่งที่ทำให้จำได้ร้อยละ 61 แทนที่จะเป็นร้อยละ 40
ถามฉัน 5 ข้อจากบทนี้ทีละข้อ รอฉันตอบก่อนเฉลย แล้วสรุปว่าฉันพลาดเรื่องอะไร
4. เขียนเอง แล้วให้ AI เป็นคนวิจารณ์ ถ้า AI เขียนให้ ความคิดนั้นไม่ได้อยู่ในหัวเรา แต่ถ้าเราเขียนเองแล้วถูกวิจารณ์ เราต้องคิดต่อ
อ่านย่อหน้าที่ฉันเขียน ชี้จุดที่ข้อโต้แย้งอ่อนที่สุด 2 จุด ห้ามเขียนใหม่ให้
5. อธิบายให้ AI ฟัง ถ้าเราอธิบายให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้ แปลว่าเรายังไม่เข้าใจ
ฉันจะอธิบายแนวคิดนี้ให้ฟัง ช่วยเล่นเป็นเพื่อนที่ไม่เข้าใจ แล้วถามแย้งจนเจอช่องโหว่
ข้อสุดท้าย: เชื่อตัวเองก่อนเชื่อ AI
Microsoft Research กับมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon สำรวจคนทำงาน 319 คน พบว่าคนที่มั่นใจใน AI มาก รายงานว่าใช้การคิดวิเคราะห์น้อยลง ส่วนคนที่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง จะตั้งคำถามกับคำตอบของ AI มากกว่า งานนี้สำรวจคนทำงาน ไม่ใช่นักศึกษา แต่ผลไปทางเดียวกับการทดลองข้างต้น
Anthropic ผู้พัฒนา Claude วิเคราะห์บทสนทนาเรื่องการเรียนจากบัญชีอีเมลมหาวิทยาลัยกว่า 570,000 บทสนทนา พบว่าเกือบครึ่ง (ราวร้อยละ 47) เป็นการขอคำตอบหรือขอชิ้นงานไปเลย แทบไม่ได้คุยต่อ
การใช้แบบนี้ไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ถ้าเป้าหมายคือการเรียนรู้ ลองถามตัวเองทุกครั้งที่ปิดหน้าแชตว่า "ถ้าไม่มี AI ตอนนี้ เราทำเรื่องนี้เองได้หรือยัง"
ถ้ายัง ข้อสอบก็จะบอกเราแบบเดียวกัน
แหล่งข้อมูล
- Bastani, H., Bastani, O., Sungu, A., Ge, H., Kabakcı, Ö., & Mariman, R. (2025). Generative AI without guardrails can harm learning: Evidence from high school mathematics. PNAS, 122(26), e2422633122. https://doi.org/10.1073/pnas.2422633122
- Kestin, G., Miller, K., Klales, A., Milbourne, T., & Ponti, G. (2025). AI tutoring outperforms in-class active learning: An RCT introducing a novel research-based design in an authentic educational setting. Scientific Reports, 15, 17458. https://doi.org/10.1038/s41598-025-97652-6
- De Simone, M., Tiberti, F., Barron Rodriguez, M., Manolio, F., Mosuro, W., & Dikoru, E. J. (2025). From chalkboards to chatbots: Evaluating the impact of generative AI on learning outcomes in Nigeria (Policy Research Working Paper No. 11125). World Bank. https://doi.org/10.1596/1813-9450-11125
- Roediger, H. L., & Karpicke, J. D. (2006). Test-enhanced learning: Taking memory tests improves long-term retention. Psychological Science, 17(3), 249–255. https://doi.org/10.1111/j.1467-9280.2006.01693.x
- Sinha, T., & Kapur, M. (2021). When problem solving followed by instruction works: Evidence for productive failure. Review of Educational Research, 91(5), 761–798. https://doi.org/10.3102/00346543211019105
- Lee, H.-P., Sarkar, A., Tankelevitch, L., Drosos, I., Rintel, S., Banks, R., & Wilson, N. (2025). The impact of generative AI on critical thinking: Self-reported reductions in cognitive effort and confidence effects from a survey of knowledge workers. In Proceedings of the 2025 CHI Conference on Human Factors in Computing Systems (CHI '25) (pp. 1–22). ACM. https://doi.org/10.1145/3706598.3713778
- Anthropic. (2025, April 8). Anthropic Education Report: How university students use Claude. https://www.anthropic.com/news/anthropic-education-report-how-university-students-use-claude







